ก่อนที่จะอ่าน กรุณากด F5 ซักนิดนะคะ เจ้าของบล็อกเพิ่งเปลี่ยนธีมใหม่ค่า
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่านี่อาจไม่ใช่แฟนแอคเคาน์ในอุดมคติของทุกคนนะคะ
เพราะคำว่าแฟนแอคเคาน์ที่เราเข้าใจนั้น เกินเจ็ดสิบเปอร์เซ็นมันควรจะเป็นเรื่องราวน่ารักกุ๊กกิ๊ก
ของคนที่เราชอบ แต่สำหรับเราแล้วขอเป็นการบอกเล่าเกี่ยวสิ่งที่ตัวเองพบเจอมา
และอาจจะมีบ่นบ้างอะไรบ้างนะคะ
แต่ก่อนที่จะไปพูดถึงเรื่องของน้องคุณที่เรามีโอกาสได้ไปเจอในครั้งนี้ ก็คือแบบอยากระบายอ่ะ
มันอึดอั๊ดๆ ดังนั้นขอเล่าเรื่องของตัวเองที่ได้ไปเจอมาเมื่อเช้าวานนี้ก่อนเลยนะคะ
มันเป็นเรื่องขำๆ ที่เราขำไม่ออกอ่ะ (อย่าเพิ่งเบื่อนะ ช่วยอ่านหน่อยนะ พลีสสสส พลีสสสสส)
5 ตุลาคม 2011
เรื่องมันก็คือว่า...เช้าวานนี้เราก็ไปงานเปิดตัวสินค้าชนิดหนึ่งที่โรงแรมคอนราดค่ะ
ขณะที่ผู้บริหารรวมทั้งวิทยากรกำลังบรรยายสรรพคุณของสินค้าอยู่นั้น จู่ๆ เราก็ปวดฉี่ขึ้นมาค่ะ
คือตอนแรกมันก็ปวดเบาๆ พอทนได้นะคะ ก็เลยคิดว่าให้งานจบก่อนค่อยไปเข้าห้องน้ำ
แต่บนเวทีมันก็ไม่มีท่าทีจะจบซะที เราก็เริ่มทนไม่ไหวแล้ว มันปวดม๊ากมาก
เรียกว่ากำลังจะราดแล้วอ่ะค่ะ เราก็เลยสกิดบอกพี่ที่ไปด้วยกันว่าเราจะไปเข้าห้องน้ำนะ
แล้วเราก็รีบวิ่งออกมาจากงานเลยค่ะ
พอออกมาจากห้องประชุม ทางด้านขวามือเราก็เห็นบรรไดเวียนขึ้นไปประมาณครึ่งชั้นได้
ด้านหน้าติดป้ายไว้ว่า "RestRoom" เราก็รีบวิ่งขึ้นไปข้างบน ตอนนั้นไม่คิดจะมองอะไรทั้งสิ้นค่ะ
ใจจดจ่ออยู่แค่สิ่งเดียวเท่านั้น ก็วิ่งไปจนไปเจอห้องน้ำซึ่งไม่มีใครอยู่เลย
เราก็เข้าไปปฏิบัติกิจจนสบายตัวแล้วกำลังจะเปิดประตูออกมา แล้วเราก็ได้ยินเสียงผู้ชายคุยกันค่ะ
มันใกล้มาก จนเหมือนกับว่าเค้าอยู่ในห้องน้ำนี่เอง เราก็คิด "อ้าว ซวยแล้วกู นี่มันห้องน้ำชาย
รึว่าโรงแรมนี้มันทำเป็นห้องน้ำรวมกันแน่วะ" แล้วก็รอให้ผู้ชายพวกนั้นมันออกไป
ซักพักเสียงก็เงียบไป เราก็เอาหูแนบประตูแล้วก็ยังไม่ได้ยินเสียงอะไรอยู่ดี รอดแล้ววววเว้ย
เราก็เปิดประตูออกมาแล้วกำลังจะเดินไปล้างมือที่หน้ากระจก ตอนนั้นขามันยังไม่ทันได้ก้าว
แต่ตามันไพล่ไปมองที่กระจกซะก่อน แล้วภาพที่มันสะท้อนออกมาคือมีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่
เราก็ตกใจเล็กน้อย
คือต้องบอกก่อนนะคะว่าห้องน้ำที่เนี่ยมันกว้างมากกกก แล้วเราก็ไม่รู้ว่าปกติแล้วห้องน้ำชาย
ที่อื่นมันเป็นแบบไหน เพราะเราก็ไม่ค่อยได้เข้าห้องน้ำชายบ่อยๆ (คือถ้าเข้าบ่อยอ่ะ อันนั้น
คงถือว่าไม่ปกติแล้วอ่ะเนอะ 555) แต่ที่นี่พอเราเข้าไปปุ๊บ มันก็จะเห็นห้องน้ำแยกเป็นห้องๆ
เหมือนห้องน้ำหญิงเปี๊ยบ แต่ถ้าเรามองไปทางด้านขวามือ มันก็จะเห็นอีกห้องหนึ่งที่มันเชื่อมกัน
แต่ไม่มีประตูกั้นเป็นโถฉี่เรียงรายกันอยู่ แต่คือ ณ ตอนนั้นมันปวดมากไง เราก็เลยไม่ได้มอง
รึจะพูดง่ายๆ ก็คืออีนี่ตาถั่วนั่นเอง
เราก็หันไปมองตามสัญชาติญาณ คุณพระช่วย!! ผู้ชายคนนั้นเพิ่งฉี่เสร็จค่ะ
และตอนนี้เค้ากำลังเก็บอาวุธอยู่ ย้ำว่ากำลังเก็บอาวุธอยู่ค่ะ ไม่ใช่ว่าแค่กำลังรูดซิปเฉยๆ
แล้วเค้าก็หันมาทางเราเต็มๆ เลย คือตอนนั้นแบบว่าอยากกรี๊ดมาก แต่ก็คิด "กูจะกรี๊ดทำไม
กูนะที่เป็นคนเข้าห้องน้ำผิด ถ้ากรี๊ดไปนี่ พนักงานโรงแรมวิ่งเข้ามา กูนะที่ต้องอาย"
เราก็เลยได้แต่ร้อง "เฮ้ยยยย!!" อีตานั่นมันก็ตกใจเหมือนกัน มันก็อุทานคำเดียวกับเรานั่นแหละ
แล้วเราก็วิ่งจู้ดออกไป แอร๊ยยยยยยเค้ารับไม่ได้อ่ะ มันน่ากลัวมาก ขณะที่วิ่งออกไป
ตาก็เหลือบไปเห็นห้องน้ำหญิงค่ะ มันอยู่ก่อนห้องน้ำชายอีก
ซึ่งมันยิ่งตอกย้ำความเซ่อของเราเข้าไปใหญ่
เราก็วิ่งหัวหูกระเจิงเข้าไปเล่าให้พี่ฟัง..พี่ก็ขำใหญ่ แต่เราขำไม่ออกอ่ะ
เพราะว่าไม่ใช่แค่ว่าเราเห็น...เท่านั้น แต่อีตานั่นมันดันมางานเดียวกับเราด้วยนี่สิ
แล้วตอนนี้เค้านั่งอยู่ตรงไหนเราก็ไม่รู้ แล้ววันนี้เราก็ใส่เสื้อแบบเด่นมาก
ไฟในห้องประชุมมันก็เปิดสว่างจ้า เราก็เอากระดาษ เอากระเป๋าที่เค้าแจกมาปิดหน้า
ตอนนั้นแทบอยากมุดลงไปใต้โต๊ะอ่ะ ซักพักชักทนไม่ไหวก็เลยรีบลากพี่วิ่งออกมาจากห้องประชุม
...และมันเป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายสำหรับเราเลยอ่ะ T.T
-------------------------------------------
เอาล่ะ กลับมาที่เรื่องของน้องคุณกันดีกว่าเนอะ ประสบการณ์อะไรที่มันเลวร้ายก็ลืมมันไปซะ
เพราะว่าเย็นนี้แล้วที่เราจะได้เจอกับน้องคุณสุดที่รัก กรี๊ดดดดดดด (ได้ข่าวว่าแกเมนน้องชานนี่
แล้วไงล่ะ...ก็น้องชานไม่อยู่นี่ ถ้างั้นฉันก็ขอนอกใจชั่วคราวก็แล้วกัน 555)
ตามกำหนดการที่ได้รับมานั้น คือเวลา 16.00-17.00 น. จะเป็นเวลาสื่อลงทะเบียน
และงานจะเริ่มตอนห้าโมงเย็น ส่วนน้องคุณจะเปิดตัวตอนห้าโมงครึ่ง ดังนั้นเราก็เลย
ไปงานทรูวิชั่ส์ที่โรงแรมแถวๆ อโศก และพอเสร็จงานก็รีบบึ่งรถ (บีทีเอส) มาที่สยาม
ก็เป็นเวลาบ่ายสามโมงครึ่งพอดิบพอดี...มันก็ยังชิลล์ได้อีก ก็ไปหาข้าวกินให้เรียบร้อย
เพราะตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเป็นชิ้นเป็นอัน
พอสี่โมงเย็นปุ๊บเราก็ขึ้นมาลงทะเบียนหน้างาน คุณพระ! วันนี้น้องฮอทเทส
มารอพี่คุณเยอะมากกกกค่ะ นั่งเป็นระเบียบเรียบร้อยกันทุกจุดทุกมุมเลยทีเดียว
อันนี้ก็น่าปลาบปลื้มแทนน้องคุณมากอ่ะที่มีคนรักคนชอบเยอะขนาดนี้ พอลงทะเบียนเสร็จ
เราก็เข้าไปในจุดที่เค้ากั้นไว้ให้สื่อและบรรดาดีลเลอร์ทั้งหลาย คุณพระ! รอบสอง
วันนี้ซัมซุงเชิญสื่อมาเยอะมากกกกก ที่นั่งดีลเลอร์ก็เยอะ คือเค้าจะแบ่งที่นั่งออกเป็น
สามแถวค่ะ คือตรงกลาง และซ้ายขวา และที่นั่งข้างๆ เนี่ยประมาณ 4 แถวข้างหน้า
เป็นของดีลเลอร์ค่ะ ส่วนตรงกลางมีดีลเลอร์แถวเดียว แต่อย่าได้หวังว่ามันจะว่าง
แต่ก็พอมีว่างบ้างเป็นหย่ิอมๆ ช่วงหลังๆ แต่หลังจากคาดคะเนความสามารถของ
กล้องที่ตัวเองมีอยู่แล้ว คาดว่าถ้าถ่ายออกมา น้องคุณคงจะตัวเท่าอึมดแน่ๆ
ก็เลยตัดสินใจนั่งข้างๆ ดีกว่า
เราก็เลยเลือกนั่งฝั่งขวามือถ้ามองไปที่เวที แต่ก็สังเกตเห็นว่าเค้าตั้งโพเดียมไว้ที่มุมซ้าย
ดังนั้นเราจึงสันนิษฐานว่า ถ้ายังงี้ก็แสดงว่าเค้าต้องให้พรีเซ็นเตอร์นั่งด้านขวา
และคนเราพอนั่งด้านขวาปุ๊บ สายตามันก็ต้องมองไปที่ด้านซ้ายสิ อ่า...รีบย้ายที่นั่งโดยด่วนค่า
เพราะฉันไม่อยากได้รูปมุมข้างของน้องคุณแค่อย่างเดียว (แต่ในสถาณการณ์จริง ทำไมมัน
ไม่เป็นอย่างที่เราคิดก็ไม่รู้ น้องคุณหันขวาตลอดอ่า) พอย้ายที่เสร็จตาก็เหลือบมองนาฬิกา
อีกตั้งชั่วโมงกว่างานจะเริ่ม เราก็มองไปรอบๆ ก็ควักกล้องขึ้นมาลองถ่ายดู เพราะกล้องของเรา
มันเป็นพวกชอบเอาแต่ใจอ่ะ บทจะดีก็ดี๊ดี แต่พอมันจะห่วยมันก็ห่วยจริงจัง ส่วนเรื่องฝีมือนั้น...
ห่วยถาวรค่ะ 555+ ส่วนตาก็เหลือบมองคนอื่นๆ โว้ววววว แต่ละคนที่ควักขึ้นมานี่ทั้งเลนส์ L (Loli)
เลนส์ Y (Yaoi) ขนาดใหญ่ยิ่งกว่ากระบอกข้าวหลามซะอีก เหลือบมองอีแดง (ชื่อกล้องของเรา)
แล้วอายอ่ะ แง๊ๆๆ
แล้วเวลาก็ผ่านไปจนเลทตามธรรมเนียมไทย เอ็มซีก็ขึ้นมาซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แหวน-แหวนน่ะเอง
คืออันนี้ก็แอบสงสัยอ่ะนะว่าทำไมต้องเป็นแหวน-แหวน เพราะที่ผ่านมาซัมซุงไม่เคย
ใช้แหวน-แหวนเลย คือมันก็ไม่แปลกหรอกไม่ว่าเค้าจะจ้างใครก็เหอะ แต่เราสังเกต
มาหลายงานแล้วว่ามันเป็นความบังเอิญรึความจงใจของใครที่งานที่เกี่ยวข้องกับน้องคุณ
หรือทูพีเอ็มแทบจะทุกครั้ง แหวน-แหวนจะต้องเป็นเอ็มซีตล๊อดๆ คือเราก็ไม่ได้มีอคติรึ
ไม่ชอบแหวน-แหวนนะ ก็แค่สังสัยเท่านั้นจริงจริ๊งงงง (เสียงสูง)
อ่ะ..เขียนมาก็เยอะมากแล้ว แต่รู้สึกว่าจะมีแต่น้ำมากกว่าเนื้ออ่ะนะ ดังนั้นขอตัดไปช่วง
เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของซัมซุงดีกว่าเนอะ บนเวทีตรงกลางซึ่งทำเป็นรูปกล้องนั้น
ฝามันก็เปิดออก แล้วน้องคุณที่อยู่ในชุดเสื้อแจ๊กเก็ตแบบคล้ายๆ ช่วงโปรโมท I hate U
สีน้ำเงิน กับกางเกงสีเบสมั้งถ้าจำไม่ผิด (ดูจากรูปแล้วมันก็ยังบอกไม่ได้อยู่ดีว่าเป็นยีนส์รึอะไร
เพราะคุณภาพของภาพมันห่วยมาก) ก็ออกมาร้องเพลง My Valentine โดยไร้ซึ่งอีคุณอ๊ค
น้องก็ร้องไป เต้นดุ๊กดิ๊กไป...น่ารักอ้ะ นี่ขนาดเคยเจอน้องมาก็บ่อยนะ ใกล้จนแทบจะสิงร่างน้อง
ก็เคยมาแล้ว แต่เหมือนเรามันพวกซวยเป็นนิจไง ส่วนมากก็เลยมักจะเจอแต่โหมดน้องเหวี่ยงใส่
แต่วันนี้น้องคุณในโหมดเริงร่า ทำเอาเราที่ยกกล้องขึ้นถ่ายถึงกับมือสั่นไปเลย ก็รัวกล้องไปเรื่อยๆ
ชัดมั่งไม่ชัดมั่ง..ช่างมัน เดี๋ยวค่อยไปเลือกที่บ้าน
เราก็นั่งอยู่ริมทางเดินระหว่างแถวกลางนะคะ มันก็ค่อนข้างจะไม่ค่อยมีใครมาบังเท่าไหร่
เหลือบมองตรงช่องทางเดินก็เห็นพี่ช่างภาพชายสองคนกำลังเลื้อยกำลังคลานถ่ายรูปกันใหญ่
ตรงนั้นน่ะมุมดีมาก เราเองก็อยากลงไปเลื้อยกับเค้ามั่งอ่ะนะ เพราะเผื่อจะได้ภาพที่ดีๆ กว่านี้
แต่มันติดตรงที่วันนี้ดันใส่กระโปรงสั้นมานี่สิ ถ้าลงไปนี่ เกรงว่าพี่ๆ ช่างภาพที่อยู่ข้างหลัง
แทนที่จะได้ภาพหล่อๆ ของน้องคุณ กลับจะได้ภาพอนาจารของเราซะมากกว่า ก็เลยตัดสินใจ
นั่งจุมปุ๊กอยู่ตรงนี้แหละ เพื่อสวัสดิภาพทางสายตาของทุกคน 555+
น้องคุณก็ทั้งร้องทั้งเต้นแบบเต็มที่กับชีวิตไปประมาณช่วงกลางๆ เพลงค่ะ
ก็มีเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง (กลุ่มใหญ่เลย) ใส่เสื้อสีน้ำเงินเดินออกมาจากข้างๆ เวที
มาหยุดยืนเรียงเป็นแนวยาวตรงทางเดิน ซึ่งมันก็บังเรา บังทุกคนที่อยู่ข้างๆ หมดเลยอ่ะ
เราก็สกิดน้องข้างๆ "น้องๆๆ บังพี่" แต่มันก็หาได้นำพาเราไม่ น้องมันก็เต้นๆ โยกๆ ตัวไป
เราก็เคืองอ่ะ คิดในใจว่าแง่งใครวะ เหลือบมองจอมอนิเตอร์ข้างบนเห็นกล้อง
โคลสอัพเด็กๆ กลุ่มนี้ ก็เลยเข้าใจว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของโชว์ที่ทางซัมซุงเตรียม
อืมมมมม ประทับใจมาก (กัดฟันพูด) ทำฉันอดเห็นน้องคุณทำท่าซารางเฮโยเลยอ่ะ เด็กบ้า!!! (เหวี่ยง!!)
จากนั้นก็เข้าสู่ช่วงสัมภาษณ์ น้องคุณวันนี้ลั๊ลลาน่ารักมาก เหมือนกินยาแล้วไม่เขย่าขวด
น้องก็พูดไปยิ้มไป ขยุกขยิกไปแบบไม่มีเก๊ก จนพี่ที่ไปกับเราด้วยเค้าไม่เคยเจอน้องคุณเลย
หันมากระซิบกับเราว่า "น้องน่ารักว่ะ ไม่มีเก๊ก ไม่มีมาดเลย" ไอ้เราก็รีบสำทับเลย "โอ้ยยย
น้องมันก็น่ารักแบบนี้แหละค่ะ ไม่เคยเหวี่ยงเลย (โฮะๆๆ) น่ารัก อารมณ์ดี นิสัยดี
แล้วก็เป็นแบบนี้ทั้งวงอ่ะค่ะ" แนะ...เห็นมั้ย วันนี้เราทำคะแนนให้ทูพีเอ็มไปหลายคะแนนเลยน้า
อ้อ..แล้วน้องก็บอกด้วยนะคะว่า คอนเสิร์ตที่เมืองไทยอ่ะมีแน่นอน ดังนั้นเก็บตังค์ไว้นะคะ คึคึ
พอเสร็จจากช่วงสัมภาษณ์ก็เข้าสู่ช่วงถ่ายรูปเหล่าผู้บริหารกับพรีเซ็นเตอร์ เราก็รัวๆๆๆๆ ถ่าย
จากนั้นช่างภาพก็ขึ้นไปถ่ายรูปน้องบนเวที เราก็ขึ้นไปถ่ายด้วย ช่วงนั้นมันก็ค่อนข้าง
เป็นอะไรที่ชุลมุนมาก ช่างภาพ นักข่าว ประมาณเกือบสิบชีวิตรุมเด็กผู้ชาย (เด็ก?) คนเดียว
จนแทบจะสิ่งร่าง ทุกคนต่างอยากได้ภาพที่ดีที่่สุด เสียงกดชัตเตอร์มันรัวไปหมดอ่ะ
แล้วหลายๆ คนก็ยิงแฟลชใส่ตาน้องพรึ่บพรั่บ
คือตรงนี้เราเคืองแทนนะ แบบว่าเราก็คิดว่าไฟบนเวทีมันก็สว่างดีอยู่แล้ว
ทำไมคุณจะต้องยิงแฟลชด้วย แล้วระยะตรงนั้นคือมันประชิดมาก มันสามารถโคลสอัพ
ได้แค่หน้าน้องเท่านั้น คือถ้ายิงแฟลชเข้าไปเนี่ยมันเข้าตาเต็มๆ เลย เข้าใจนะว่าช่างภาพ
ก็กลัวภาพไม่สวย แต่เราคิดว่ามันเห็นแก่ตัวอ่ะ เพราะมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างอันตรายนะ
ถ้าโดนแบบนี้บ่อยๆ เนี่ยมีสิทธิ์ตาบอดได้เลยนะจ๊ะ แล้วทุกคนก็แข่งกันตะโกน "คุณมองตรงนี้"
"คุณกล้องนี้สิ" "คุณบนหน่อย" ฯลฯ แล้วเสียงทุกคนจิกน้องได้อีกอ่ะ แต่น้องคุณก็ดีอย่างนะ
คือน้องยิ้มได้ตลอดอ่ะ ใครบอกหันไปทางไหนก็หัน บางทีเสียงมันมาพร้อมๆ กันอ่ะ
ไม่รู้จะให้น้องกูหันไปซ้ายหรือขวาดี เห็นแล้วปวดหัวแทน
พูดถึงเรื่องนี้แล้วขอบ่นหน่อยเหอะ กับนิสัยและมารยาทของช่างภาพบางคน
คือเราเจอมาเยอะแล้วบ่อยมากอ่ะ กับงานอะไรแบบนี้ เจอจนเซ็งและเบื่อ
จนหลังๆ ถ้าจะใช้ภาพก็ขอพีอาร์อย่างเดียวเลย ภาพสวยแล้วก็ไม่ต้องเจออะไร
ที่มันหงุดหงิดด้วย คือคนร่วมอาชีพเดียวกันอ่ะนะ บางทีมันก็ต้องมีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันบ้างสิ
ไม่ใช่ว่าถือว่าตัวเองอายุมากกว่า อายุงานมากกว่า หรือบางคนทั้งอายุงานกับอายุจริงๆ
น้อยกว่า แต่ถือว่าตัวเองอยู่หัวหญ่ายยย ก็ทำตัวกร่าง กูต้องได้ก่อน กูต้องอยู่มุมดีกว่า
ต้องเบียดเราออก รึบางทีมันแทบจะถีบเราให้พ้นทางมันก็ยังมี ซึ่งประเ็ด็นนี้เราก็เคย
ถกกันในวงเหล้ากับพี่ๆ ช่างภาพหลายๆ คนตอนที่ไปทำงานต่างจังหวัดด้วยกันมาแล้ว
ก็สรุปได้ว่าบางทีมันก็ไม่เกี่ยวกับอายุงาน หรือความหญ่ายยยยของสื่อที่ทำเสมอไปหรอก
เพราะคนดีๆ มันก็มีอีกเยอะ แต่ของแบบนี้มันอยู่ที่สันดานมากกว่า
มาต่อที่เรื่องของน้องคุณดีกว่าเนอะ ขอโทษจริงๆ จ้านอกเรื่องซะเยอะเลย ในระหว่างที่
ทุกคนกำลังนัวอยู่นั้น ก็มีน้องผู้หญิงคนนึงซึ่งเธอยืนอยู่ข้างหน้าเราพูดเสียงดังขึ้นว่า
"พี่คุณคะ หันมามองกล้องหนูหน่อย" พี่คุณก็ใจดีค่ะ หันมายิ้มให้ ไอ้เราก็เลยพลอย
ได้อานิสงค์ไปด้วยซะเลย แต่ก็เพราะเสียงของน้องคนนี้นี่แหละค่ะ ที่ทำให้พีอาร์ที่ยืม
คุมเชิงอยู่ตรงนั้นเค้ารู้ว่าที่กำลังรุมอยู่นั้นอาจจะไม่ได้มีแค่นักข่าวเท่านั้น เค้าก็บอกว่าเออ
ใครที่ไม่ใช่นักข่าวก็ช่วยถอยไปหน่อยนะคะ เพราะว่าตอนนี้ก็มีนักข่าวอีกหลายๆ คนทะยอยขึ้นมาบนเวที
แล้วตอนนั้นเองก็มีไอ้น้องสต๊าฟคนนึงค่ะ เราไม่รู้ว่าเป็นเพราะว่ามันเห็นว่าหน้าเราเด็ก
รึเพราะเห็นว่ากล้องของเรามันก๊องแก๊งก็ไม่รู้นะ (แหมม เด๋วนี้กล้องมืออาชีพตัวใหญ่ๆ อ่ะ
ใครๆ เค้าก็มีได้ แฟนคลับบางคนอ่ะ กล้องเนี่ยดีกว่านักข่าวอีกนะคะ แถมยังถ่ายภาพเทพกว่าอีกด้วยอ่ะ)
เค้าก็เอามือมาจะปัดกล้องเราออกไปช่วงที่น้องคุณกำลังยิ้มแล้วมองมาทางนี้พอดี
แอร๊ยยยย กูเคือง เราก็เลยหันไปจิกตาใส่น้องสต๊าฟคนนั้นทันที แล้วเหวี่ยงใส่นิดหน่อย
"โทษนะน้อง พี่มาทำงานนะคะ น้องไม่มอง (แหกตา) เหรอว่าข้อมือพี่มีอะไรติดอยู่"
คือสื่อที่เข้ามาในงานน่ะค่ะ มันจะมีสติ๊กเกอร์ติดไว้รอบข้อมือเพื่อเป็นการบอกว่านี่คือสื่อนะ
เราก็เสือกมือข้างนั้นไปเกือบจะจิ้มตาน้องมันเลยค่ะ
เราก็พยายามทำใจเย็นๆ คิดในใจว่า "ฉันกำลังอยู่ต่อหน้าผู้ชาย ต่อหน้าน้องคุณนะ ฉันต้อง
สร้างภาพสิ คิดในแง่ดีซะว่ามันเห็นเราหน้าเด็กก็แล้วกันนะ" พอใจเริ่มเย็นลงแล้วหัน
กลับมาอีกที อ้าวววว เค้าเชิญน้องลงไปสัมภาษณ์แอนด์ถ่ายรูปข้างล่างแล้วค่ะ เรารีบ
มองหาไอ้น้องสต๊าฟนั่นเลย กะจะปรี๊ดต่อโทษฐานทำให้เราพลาดช็อตเด็ด แต่ดูเหมือน
ว่ามันจะรู้ตัว เพราะน้องมันหายจ้อยไปเลยค่ะ ต่อจากนี้ไป...เราก็มองๆ แล้ว คือวันนี้
นักข่าวมาเยอะมาก เกือบจะทุกสายเลยมั้ง ทั้งทีวี นิตยสาร หนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ ฯลฯ
เราคงไปเบียดเสียดกับเค้าไม่ไหวแน่ๆ ดังนั้นเราก็เลยขอบายเลยดีกว่า...(จบแบบห้วนๆ ได้อีก)
หมายเหตุ
- ขอบคุณน้องคุณสำหรับความน่ารักในวันนี้ค่ะ
- ต้องขอโทษทุกๆ คนที่เข้ามาอ่านด้วยนะคะ ถ้าคุณจะไม่ได้สาระหรือเนื้อหาใดๆ จากเอนทรี่นี้
ถึงเราจะเล่าไม่ค่อยเก่งแต่รักหมดใจนะ 555 เพราะส่วนใหญ่ออกจะเป็นเรื่องบ่นๆ ของเราซะมากกว่า
- ขอบคุณทุกคนที่สละเวลาเข้ามาอ่านในบล็อกเราค่ะ เห็นตัวเลขยอดวิวแต่ละวันแล้วก็มีความสุข ^^
ทั้งๆ ที่คุณอาจจะไม่ได้สาระอะไรกลับไปเลยด้วยซ้ำ
- ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ในทุกๆ เอนทรี่นะคะ เราอ่านแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ ดีใจที่หลายๆ คน
ชอบสิ่งที่เราเขียนค่ะ ความจริงก็คิดๆ อยู่ว่าจะเขียนดีมั้ย กลัวโดนหาว่าทำเป็นรู้ดีอะไรแบบนี้
จริงๆ เราก็ไม่ได้รู้อะไรไปมากกว่าใครหรอกค่ะ เพราะเราก็แค่แฟนคลับธรรมดาคนนึง
ที่รักทูพีเอ็มมากกกกกกกกกกสุดที่ในโลกเท่านั้นเอง
- จบจากงานนี้แล้ว คงต้องกลับมาพิจารณาซื้อกล้องใหม่แล้วล่ะ หึหึ อันที่จริงเราเคยมี
กล้องแบบมืออาชีพนะ แต่ไม่ไหวอ่ะ หนักเกิน พกพาไม่สะดวกด้วย เลยขายทิ้งซะงั้น